งานราชการ  งานครู  งานเอกชน  โอนย้ายสับเปลี่ยน  เว็บบอร์ด  รวมแนวข้อสอบ
 MSN  เกมส์  ห้องสนทนา  ใบประวัติ  สมาชิก VIP   อัตราค่าโฆษณา
สมัครงาน  
  หน้าแรก |  ตั้งเป็นหน้าแรก |  เว็บบอร์ด |  โอนย้ายสับเปลี่ยน |  ห้องสนทนาตามตำแหน่งงาน |  รายละเอียดสมาชิก VIP |  อัตราค่าโฆษณา |  เกมส์สุดมันส์ |  งานราชการ | 
พิมพ์ข้อความค้นหาข้อมูล
ค้นหางานราชการที่นี่

หัวข้อกระทู้ :

 วินัยข้าราชการครู


ตั้งกระทู้วันที่ :  543
จำนวนผู้เข้าอ่าน : 67133 คน
พิมพ์ข้อความค้นหาข้อมูล
ค้นหางานราชการที่นี่

รายละเอียดกระทู้

วินัยคืออะไร
วินัย คือ กฏหมาย กฏ ข้อบังคับ ระเบียบ และแบบธรรมเนียมที่กำหนดให้ปฏิบัติตามหรืองดเว้นการปฏิบัติ

? ข้าราชการต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามถือว่า ผู้นั้นกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับโทษ(มาตรา 65)

? ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริมและดูแลระมัดระวังให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตามวินัย ถ้ารู้ว่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาคนใดกระทำผิดวินับ จะต้องดำเนินการทางวินัยทันที

? ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้นั้นกระทำผิดวินัย(มาตรา 82)


วินัยข้าราชการครู มีดังนี้

1. ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ (มาตรา 66)

2. ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเที่ยงธรรม (มาตรา 67)

3. ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม หาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น (มาตรา 67 วรรคสอง)

4. ต้องไม่ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ(มาตรา 67 วรรคสาม)

5. ต้องสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามกฏหมาย ระเบียบของทางราชการ และมติคณะรัฐมนตรีให้เกิดผลดี หรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่ และระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ (มาตรา 68)

6. ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง (มาตรา 68 วรรคสอง)

7. ต้องสนใจและรับทราบเหตุการณ์เคลื่อนไหวอันอาจเป็นภยันตราย ต่อประเทศชาติและป้องกันภยันตรายซึ่งจะบังเกิดแก่ประเทศชาติจนเต็มความสามารถ(มาตรา 69)

8. ต้องรักษาความลับของทางราชการ (มาตรา 70) การเปิดเผยความลับของทางราช

การอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง(มาตรา 70 วรรคสอง)

9. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วย กฏหมายและระเบียบของทางราชการ (มาตรา 71)

การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไปปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบ ด้วยกฏหมายและระเบียบของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง (มาตรา 71 วรรคสอง)

10. ต้องปฏิบัติราชการโดยมิให้เป็นการกระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นเป็นผู้สั่งให้กระทำ หรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วคราว (มาตรา 72)

11. ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้อง บอก ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย (มาตรา 73) การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่าง ร้ายแรง (มาตรา 73 วรรคสอง)

12. ต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ (มาตรา 74)

13. ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการไม่ได้
(มาตรา 75)การละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง การละทิ้งหน้าที่ราชการติดกันในคราวเดียวกันเป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือมีพฤติกรรมอันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง (มาตรา 75 วรรคสอง)

14. ต้องสุภาพเรียบร้อยและรักษาความสามัคคีระหว่างข้าราชการ และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่ราชการ (มาตรา 76)

15. ต้องสุภาพเรียบร้อย ต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้ความสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้มาติดต่อในหน้าที่ราชการ อันเกี่ยวกับหน้าที่ของตน โดยไม่ชักช้า (มาตรา 77) การหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงราษฎร เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง (มาตรา 77 วรรคสอง)

16. ต้องไม่กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์ อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน (มาตรา 78)

17. ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะ

งานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท (มาตรา 79)

18.ต้องไม่เป็นกรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (มาตรา 80)

19. ต้องไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว (มาตรา 81)

20. การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้โทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือกระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง (มาตรา 81 วรรคสอง)

โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ

1. ภาคทัณฑ์

2. ตัดเงินเดือน

3. ลดขั้นเงินเดือน

4. ปลดออก

5. ไล่ออก


การพิจารณาลงโทษทางวินัย

1. ความผิดไม่ร้ายแรงมีโทษ

ภาคทัณฑ์

ตัดเงินเดือน

ลดขั้นเงินเดือน

วิธีพิจารณา

กฏหมายไม่บังคับให้ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผู้บังคับบัญชาลงโทษได้เอง

เพียงให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแก้ข้อหาก็ลงโทษได้

2. ความผิดร้ายแรง

ปลดออก

ไล่ออก


วิธีพิจารณา

ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวน

เสนอ อ.ก.ค. กรม พิจารณามีมติให้ลงโทษเสียก่อน ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งลงโทษได้

ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องสอบสวน

ให้ถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาจึงสั่งลงโทษหรือต่อคณะกรรมการสอบสวน

กรณีความผิดที่ชัดแจ้ง ตามกฏ ก.พ. ฉบับที่ 7

ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง


มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงอยู่ 2 กรณี เรียกว่า “ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง” คือ

1. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์ที่แสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

2. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความความผิดลหุโทษ

“ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง” ต่างกับความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่น ๆ อยู่ประการหนึ่ง คือ ความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีอื่น ๆ ก่อนจะลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อน แต่ “ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง” ผู้มีอำนาจจะลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก โดยไม่สอบสวนก็ได้

ข้อควรทราบในการดำเนินการทางวินัย

1. ความผิดทางวินัยไม่มีอายุความ เช่น โกงค่าเช่าบ้านตั้งแต่ พ.ศ.2500 ตรวจพบเมื่อปี 2530 ถ้าผู้นั้นยังเป็นข้าราชการอยู่ก็สามารถดำเนินการทางวินัยได้

2. ความผิดทางวินัยยอมความกันไม่ได้ เช่น ครู 2 คน ชกกันต่อหน้านักเรียนแม้ต่างฝ่ายต่างไม่เอาเรื่องกัน ก็ไม่พ้นความรับผิดทางวินัย

3. ความผิดทางวินัยไม่อาจชดใช้ด้วยเงิน เช่น ยักยอกเงินราชการไปแล้วนำมาคืนครบถ้วนก็ไม่อาจลบล้างความผิดทางวินัยได้

4. ความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง หัวหน้าสถานศึกษาลงโทษโดยไม่ตั้งกรรมการสอบสวนก็ได้ เช่น ครูไม่เข้าสอน สอบถามแล้วปรากฏว่าแอบไปนอนหลับที่บ้านพักครู กรณีเช่นนี้หัวหน้าสถานศึกษาลงโทษครูผู้นั้นได้เลยโดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนอีก

5. ข้าราชการครูที่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนทางวินัยมีสิทธิ์ลาออกจากราชการ ผู้บังคับบัญชาจะอ้างการสอบสวนมายับยั้งการลาออกไม่ได้ แต่การสอบสวนไม่ยุติต้องดำเนินการต่อไป

การพิจารณาความผิด

หลักการพิจารณาความผิด

1. นำพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาที่ปรากฏในเอกสารสืบสวน สอบสวน มาพิจารณาว่าเป็นพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยวินัยหรือไม่

2. ถ้าพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วย มาตราใดฐานใดก็ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาลักษณะทำผิดนัยมาตรานั้น ฐานนั้น

3. ถ้าพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยวินัย ก็ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำผิดวินัย

การกำหนดโทษ

วิธีในการกำหนดโทษ

1. ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จะลงโทษต่ำกว่าให้ออกราชการไม่ได้

2. ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ระดับโทษไม่เกินลดขั้นเงินเดือน

3. ความผิดเล็กน้อย ลงโทษภาคทัณฑ์

4. ความผิดเล็กน้อย และเป็นความผิดครั้งแรก ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีเหตุอันควรลงโทษจะงดโทษ โดยว่ากล่าวตักเตือน หรือให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้


การสั่งลงโทษ

วิธีการสั่งลงโทษ

1. ต้องออกเป็นคำสั่ง

2. ในคำสั่งให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทำความในกรณีใด ตามมาตราใด

อำนาจการสั่งลงโทษของหัวหน้าสถานศึกษา

1. ผู้อำนวยการโรงเรียนและอาจารย์ใหญ่ ลงโทษข้าราชการครูในบังคับบัญชาดังนี้

1.1 ภาคทัณฑ์

1.2 ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน 10% เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน

2. ครูใหญ่ ลงโทษข้าราชการครูในบังคับบัญชาได้ดังนี้

1.1 ภาคทัณฑ์

1.2 ตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกิน 10% เป็นเวลาไม่เกิน 1 เดือน

การสืบสวน

การสืบสวนควรกระทำเมื่อ

1. มีความเสียหายเกิดขึ้นแต่ไม่ทราบว่าผู้กระทำคือใคร เช่น ข้อสอบรั่ว แต่ไม่ทราบว่าเกิดจากการกระทำของผู้ใด

2. ผู้ใต้บังคับบัญชาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย แต่ยังไม่ทราบว่าข้อกล่าวหานั้นมีมูลหรือไม่ (มีมูล หมายถึง มีเหตุผลน่าเชื่อ) เช่น ผู้ปกครองนักเรียนมาฟ้องว่า ครูเกษตรเก็บเงินนักเรียนอ้างว่า จะไปซื้อต้นไม้มาใช้ในการเรียนการสอนแต่ไม่ได้ซื้อ เงินก็ไม่คืน เรื่องที่ผู้ปกครองมาฟ้องนี้ จะจริงหรือไม่ น่าเชื่อหรือไม่ ยังไม่ทราบ ต้องสืบสวนดูก่อน

3. ผู้ใต้บังคับบัญชาหยุดงานติดต่อกันเกิน 15 วัน (การสืบสวน กรณีนี้ เป็นการสืบสวนตามกฎหมาย ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2528) เพื่อต้องการทราบว่าที่หยุดไปนี้มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่)

ผู้มีหน้าที่สืบสวน ได้แก่

1.หัวหน้าสถานศึกษา

2.ผู้ที่หัวหน้าสถานศึกษามอบหมาย

3.หัวหน้าสถานศึกษาสืบสวนร่วมกับผู้ที่หัวหน้าสถานศึกษามอบหมาย

การสืบสวน ทำได้หลายวิธี เช่น

1.สอบถาม

2.ตรวจสอบ

3.ให้ชี้แจง

การสอบสวน

การสอบสวนทางวินัย มี 2 ประเภท ได้แก่

1.การสอบสวนทางวินัยไม่ร้ายแรง การสอบสวนประเภทนี้หัวหน้าสถานศึกษา มีอำนาจ

แต่งตั้งกรรมการสอบสวน

2.การสอบสวนทางวินัยร้ายแรง หัวหน้าสถานศึกษาไม่มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการสอบสวน

ผู้มีอำนาจได้แก่

2.1 ในระดับจังหวัด คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด

2.2 ในระดับกรม คือ อธิบดีกรมสามัญศึกษา

การสอบสวนจะกระทำเมื่อ

1.ผู้ใต้บังคับบัญชาถูกกล่าวว่ากระทำผิดวินัย และ

2.ข้อกล่าวหานั้นมีมูล

2.1 ถ้าข้อกล่าวหานั้นเป็นข้อกล่าวหาวิธีกรทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงจะแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยไม่ร้ายแรง

2.2 ถ้าข้อกล่าวหานั้นเป็นข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจะต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง

หลักเกณฑ์วิธีการสอบสวน
1.การสอบสวนทางวินัยไม่ร้ายแรง ไม่มีกฎหมาย ระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการไว้ กรรมการสอบสวนจึงชอบที่จะดำเนินการใด ๆ ตามที่เห็นสมควรได้

2.การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ต้องปฏิบัติตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2528) โดยเคร่งครัด มิฉะนั้นการสอบสวนอาจเสียไปทั้งหมด

กฏหมาย ระเบียบ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี ที่ข้าราชการครูควรทราบ

1. ข้าราชการผู้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะอ้างว่าไม่รู้กฏหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจำต้องปฏิบัติและอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ น.ว. 89/2497 ลงวันที่ 1 เมษายน 2497)

2. ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา จะต้องมาถึงสถานศึกษา ก่อนเวลาทำงานปกติอย่างน้อย 15 นาที และกลับหลังเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า 15 นาที

(ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเวลาทำงานและวันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ. 2502 ข้อ 8)

3. ข้าราชการซึ่งปฏิบัติราชการอยู่ในโรงเรียนถ้าลาปีหนึ่งเกินกว่า 12 ครั้ง ถือว่าลาบ่อยครั้ง ไม่มีสิทธิ์ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนในปีนั้น

ในกรณีข้าราชการลาปีหนึ่งเกิน 12 ครั้ง แต่ลาไม่เกิน 30 วัน และมีผลการปฏิบัติงานดีกรมอาจพิจารณาผ่อนผันให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้

ข้าราชการซึ่งปฏิบัติราชการอยู่ในโรงเรียน ถ้ามาทำงานสายปีหนึ่งเกิน 15 ครั้ง ถือว่ามาทำงานสายอยู่เนือง ๆ ไม่มีสิทธิ์ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนในปีนั้น

(หนังสือกระทรวงศึกษาธิการที่ ศธ 0204/31100 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2525)

4. วันปิดภาคเรียนถือว่าเป็นวันพักผ่อนของนักเรียน ซึ่งสถานศึกษาอาจอนุญาตให้ค

หยุดพักผ่อนได้ แต่ถ้ามีราชการจำเป็น ครูต้องมาปฏิบัติราชการตามคำสั่งของทางราชก(ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการของ
สถานศึกษา พ.ศ. 2520 ข้อ 9)

5. ข้าราชการที่หนีหรือขาดราชการในวันใด ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินสำหรับวันที่ขาดหรือหนี
ราชการนั้น

(มาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2522)

6. ถ้าปรากฏว่าเวรทิ้งหน้าที่ ให้ถือว่าเป็นผิดอย่างร้ายแรง และให้พิจารณาโทษอย่างน้อยให้ออกจากราชการ

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี น.ว. 101/2495 ลงวันที่ 18 เมษายน 2495)

7. ข้าราชการเสพสุรามึนเมาจนไม่สามารถครองสติได้ ซึ่งอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการจะต้องถูกลงโทษตามควรแล้วแต่กรณี

- ข้าราชการผู้ใดเสพสุราในขณะปฏิบัติราขการ เมาสุราเสียราชการ หรือเมาสุราในที่ประชุมจนเกิดเรื่องเสียหาย หรือเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ อาจถูกลงโทษสถานหนักถึงให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ

- ข้าราชการครูเล่นการพนันอาจได้รับโทษสถานหนักถึงให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ

8. การที่ข้าราชการไปร่วมเล่นแชร์ย่อมก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นได้ เพราะได้ใช้เงินเดือนไปเล่นและเมื่อประมูลดอกเบี้ยสูง เพื่อให้ได้รับเงินไปใช้สอยแล้วในเดือนต่อไป ก็ย่อมจะขาดแคลนเงินสำหรับใช้สอย อันก่อให้เกิดคอรัปชั่นได้ง่าย จึงห้ามข้าราชการเล่นแชร์

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ที่ น.ว. 12/2498 ลงวันที่ 14 มกราคม 2498

9. ข้าราชการเป็นเจ้ามือ เดินขาย หรือเล่นสลากกินรวบต้องถูกลงโทษอย่างน้อยให้ออกจากราชการ

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารที่ น.ว. 280/2498 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2498)

10. ห้ามข้าราชการสมรสหรือหรืออยู่กินอย่างสามีภรรยากับผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัย ซึ่ง
เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฏหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สร. 0202/ว.31 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2524)

11. ผู้ใดลาป่วยต่อเนื่องกันตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายไปสอบสวนให้ได้ความจริงว่าป่วยจริงหรือไม่อย่างไร

- การลากิจ ควรอนุญาตเฉพาะกรณีจำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่ลากิจ เพื่อไปรับจ้างหารายได้พิเศษอย่างอื่น

- ผู้บังคับบัญชาคนใดรู้เห็นเป็นใจอนุญาตให้ข้าราชการลาเท็จ ให้ถือว่ามีความผิดทางวินัยด้วย

(คำสั่งนายกรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรี ฝ่ายบริหารที่ น.ว. 128/2497 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2497)

12. ความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือละทิ้งหน้าที่ราชการไปเลยเกินกว่า 15 วันโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดร้ายแรงซึ่งควร ไล่ออกจากราชการ จะปราณีลดหย่อนผ่อนโทษลงได้ก็เพียงปลดออกจากราชการ การนำเงินที่ทุจริตยักยอกไปแล้วมาคืนก็ดี การที่เป็นผู้ที่ไม่กระทำความผิดมาก่อนก็ดี หรือมีเหตุอันควรปราณีอื่นใด ไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะลดหย่อนโทษลงเป็นให้ออกจากราชการได้

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ น.ว. 125/2503 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2503)

13. ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษาวิชาต่างประเทศ เมื่อครบกำหนดวันลาแล้วไม่ยอมเดินทางกลับมาปฏิบัติราชการเป็นเวลานาน ถ้าปรากฏว่ามีเจตนาละทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันควร ให้นำมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือที่ น.ว. 125/2503 ลงวันที่ 5 ตุลาคม2503 มาประกอบการพิจารณาในการสั่งลงโทษทางวินัย

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการรัฐมนตรี ส.ร. 0401/ว.50 ลงวันที่22 พฤษภาคม 2510)

14. บัตรสนเทห์ไม่รับพิจารณา เว้นแต่รายที่ระบุหลักฐานกรณีแวดล้อม ปรากฏชัดแจ้งตลอดจนชี้พยานบุคคลแน่นอน

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี น.ว. 148/2502 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2502)

15. กระทรวงศึกษาธิการไม่มีความประสงค์ที่จะให้ครูลงโทษนักเรียนรุนแรง หรือแบบวิตถาร เช่น ตบหน้า เขกศรีษะ ทุบหลัง ตบกกหู หรือใช้แปรงลบกระดานทุบ ตี ขว้างปาหรือให้เขกโต๊ะจนมือเลือดออกเป็นต้น ครูคนใดฝ่าฝืนถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(หนังสือกระทรวงศึกษาธิการที่ ศธ. 7754/2506 ลงวันที่ 16 เมษายน 2506)

16. กระทรวงศึกษาธิการไม่อนุญาตให้ครูสตรีเข้าประกวดนางงาม ตลอดจนการประกวดหรือแสดงแบบเครื่องแต่งกายสตรี ไม่ว่าการประกวดนั้นจะเรียกชื่ออย่างไร และผู้ใดเป็นผู้จัด หาก
ฝ่าฝืนอาจได้รับการพิจารณาลงโทษถึงให้ออกจากราชการ

(หนังสือกระทรวงศึกษาธิการที่ ศธ. 1422/2504 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2504)

17. การประพฤติผิดประเวณีต่อบุคคลอื่น หรือคู่สมรสของผู้อื่น เป็นความประพฤติไม่เหมาะสม และเข้าลักษณะเป็นความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

18. กระทรวงศึกษาธิการรังเกียจและจำต้องห้ามความประพฤติผิดประเวณีในระหว่าง
ข้าราชการชายหญิงในกระทรวงศึกษาธิการ หรือครูกับนักเรียนเว้นไว้แต่ผู้เป็นโสดต่างตั้งใจเลี้ยงดูกันฐานสามีภรรยาและสู่ขอสมรสกันตามประเพณี

ถ้าเกิดความรังเกียจขึ้นในส่วนความประพฤติของเขาต่อนักเรียนหญิง(ครูสตรีต่อนักเรียนชาย) เขาจะมีความผิดและเป็นครูไม่ได้ ต้องออกจากหน้าที่ครูทันที

(ข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องครูชายกับนักเรียนหญิง)

19. ถ้าปรากฏว่า การร้องเรียนไม่มีมูลความจริงหรือเป็นการกลั่นแกล้งกัน ผู้ร้องเรียนจะต้องได้รับการพิจารณาลงโทษ

หากปรากฏว่าครู อาจารย์มีส่วนช่วยวางแผน ยั่วยุ ชี้หรือสนับสนุน หรือดำเนินการในลักษณะวิธีใดก็ตามที่จะทำให้เกิดความไม่สงบในโรงเรียน ให้ถือว่ามีความผิดทางวินัยสถานหนัก

(มาตรการป้องกันและแก้ไขการก่อความไม่สงบในสถานศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาตามหนังสือที่ ศธ 0807/13117 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2525)

20. เรียกและรับเงินจากผู้สมัครสอบ โดยอ้างว่าจะช่วยเหลือให้สอบได้ เป็นความผิดฐานประพฤติชั่วร้ายแรง ให้ลงโทษระดับเดียวกับความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

(มติ ก.พ. แจ้งตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ ส.ร. 1006/ว.15 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2516)

21. ข้าราชการยื่นใบลาออกจากราชการแล้วหยุดราชการไปเลย โดยทั้งที่ผู้บังคับบัญชายังมิได้อนุญาต ถ้าสืบสวนได้ความว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามกฏ ก.พ.

(มติ ก.พ. แจ้งตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ ศธ 6140/2498 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2498)

22. ผู้ใดมาทำงานสายกว่ากำหนดเวลาเป็นนิจ อันเป็นการแสดงว่ามิได้ตั้งใจปฏิบัติ
หน้าที่ราชการโดยเต็มที่ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษทางวินัย

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ น.ว. 108/2502 ลงวันที่ 18 กันยายน 2502)

23. ข้าราชการเลิกงานออกจากสถานที่ราชการก่อนกำหนดเวลา เป็นการไม่ร่วมมือและปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ให้พิจารณาลงโทษสถานหนัก

(มติคณะรัฐมนตรี แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ น.ว. 108/2502 ลงวันที่ 18 กันยายน 2502)

24. ข้าราชการที่สังกัดส่วนกลางแต่ปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค และอธิบดีเจ้าสังกัดเดิมมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปกครองบังคับบัญชาแทน เมื่อมีความจำเป็นจะต้องออกนอกเขตจังหวัดที่ตนอยู่ จะต้องขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด

 



กระผมอยากจะแจ้งรายงายให้ทราบแล้วลงโทษครูท่านหนึ่งชื่อ อุดมศักดิ์ กาดสันเทียะ สอนอยู่ที่โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุณี ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้ประพฤษตัวอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤษ* ผิดประเวณี ผิดศิลธรรม โดยมีความสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนหลายคน และลูกศิษ*กหลายคนที่เรียนจบไปแล้ว ซึ่งลูกศิษหนึ่งในนั้นเป็นแฟนของผมเองได้เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่สมัยเรียนครูท่านนี้ได้กอดเธอในห้องเรียน ตามจีบเธอ จนกระทั่งเธอเรียนจบได้ทำงาน ก็ไปรับไปส่งกลับบ้าน พาไปเที่ยว พาไปซื้อเสื้อผ้า แล้วก็พาเธอเข้าโรงแรม ทั้งๆที่ครูท่านนี้มีครอบครัวแล้วมีลูกมีเมีย ครูท่านนี้ได้โกหกเด็กว่า ได้ทะเลาะกันกับเมียแยกทางกันแล้ว ทั้งๆที่ยังอยู่กินด้วยกันอยู่ และมีลูกศิษ*กหลายคนที่ถูกครูท่านนี้หลอกไปมีความสัมพันธ์ ยังมีข้อมูล*กเยอะสามารถสอบข้อมูลความประพฤษของครูท่านนี้ได้ผมมีเบอร์โทรครูท่านหนึ่งที่สามารถให้ข้อมูลพิ่มได้ครับ ชื่อครูธร เบอร์โทร0819973953  และมี*กครับเบอร์โทรครูติ้ง0857668108 กระผมได้คบหากับเด็กคนนี้มาปีกว่าแล้วครับจนได้เป็นแฟนกัน ผมได้บอกให้เธอเลิกคบหากับครูท่านนี้ซะ ก็ไม่รู้ว่าครูท่านนี้ยังติดต่อหาเธออยู่หร์อเปล่า การคบหากันของเธอกับครูท่านนี้เป็นที่คอละหาของชาวบ้าน ชาวบ้านติฉินนินทากันจนทำให้พ่อของเธอเสียใจเป็นอันมากจนกินเหล้าเมาหัวลาน้ำทุกวันครับ ช่วยดำเนินการเพื่อลงโทษครูท่านนี้ด้วยนะครับ

 

โดย : ชัชวาล โสดตะคุ   31 ส.ค. 2557   61.39.104.170

โดย : ไม่อยากให้ครู กทม. ถูกมองแยกลงไปกว่านี้   05 ก.ย. 2556   211.130.194.20

โดย : ไม่อยากให้ครู กทม. ถูกมองแยกลงไปกว่านี้   05 ก.ย. 2556   211.130.194.20

ไม่อยากให้ครู กทม. ถูกมองแยกลงไปกว่านี้

ใครรู้จักคนๆนี้บ้าง? ขับรถ Toyota vios สีขาวเลขทะเบียน ฆณ6254 กทม.

เมื่อเช้า 11:40 วันที่ 16กพ.56 มาส่งแม่เพื่อลงคะแนนเรื่องสหกรณ์ครูกทม. ของหลายๆเขตกับแม่ แล้วก็เดินข้ามถนนกับแม่ที่ซอยโรงเรียนปทุมคงคา เพื่อจะมาขึ้นรถที่จอดอยู่ริมถนน ระหว่างข้ามก็มีรถ Toyota vios สีขาวเลขทะเบียน ฆณ6254 กทม. รีบเร่งเครื่องขึ้นมาแล้วบีบแตรเสียงดังลั่นใส่หลายรอบ แล้วลดกระจกลงแล้วตะโกนด่าอย่างดังว่า "** ข้ามถนนช้า * *...." เราถึงกับอึ้งกับแม่ งงกับคำพูดที่แรงเกินไป ได้แต่เพียงบอกกลับไปว่า "คนข้ามถนนก็เห็นอยู่ รถก็ติดจะเร่งเครื่องใส่คนทำไม" แล้วก็รีบเดินขึ้นรถกับแม่ ระหว่างเดินผู้หญิง2คนในรถคันนั้น ก็ยุกันว่า "ลงไปด่า*เลย ** แต่สองคนนั้นก็ไม่ลงแล้วขับรถย้อนศรขึ้นมาประกบประตูรถเราแล้วด่าใส่*ก ด้วยคำหยาบคาย เสมือนกับว่าเราเป็นพวกฆ่าคนตายงั้นแหล่ะ เรากับแม่ไม่พูดอะไรโต้ตอบเพราะคิดว่า*ไม่สมควรที่เราคนที่แค่ข้ามถนนจะมาแลกบทสนทนากับคนพาลและหยาบแบบนี้ แต่เรื่อง*ไม่จบ เพราะรถในซอยโรงเรียนปทุมคงคายังคงติด ทำให้รถToyota vios สีขาวเลขทะเบียน ฆณ6254 กทม. ขับรถตามหลังเรามา และจอดเลนตรงข้ามเพื่อจะขนานกับรถของเรา แล้วลงมายืนด่าพร้อมทั้งถ่ายรูปรถเราไป เพื่ออะไรเราไม่เข้าใจเค้าทำไปเพื่ออะไร แล้วยังออกมายืนด่าเราต่อว่า "* *ขายตัว *มีรถซิวิคขับได้ก็เพราะ*ขายตัวล่ะสิ *กะหรี่ขายตัวแลกเงินมาซื้อรถ" เราฟังแล้วเดือดเลย เก็บอารมณ์สุดๆ ไม่อยากมีเรื่อง ถ้าใครเป็นเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็คงต้องเดือดเหมือนกัน ต้องขอบคุณแม่ที่ใจเย็นทำให้เราไม่เดือดตามพวกคนบ้าๆไร้สติแบบ2คนนี้ ที่สำคัญผู้หญิงสองคนนี้เป็นครูนะคะ ครูที่สอนเด็กสอนลูกของหลายๆคน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าปริญญาที่ได้รับมาและหน้าที่รับราชการครู จะไม่ได้ช่วยขัดเกลาจิตใจ กริยา สันดานของครู2คนนี้ได้เลย เนี่ยหรอครูคนที่มาสอนลูกๆของหลายๆคน เสียดายที่ถ่ายรูป*กคนไม่ได้ ได้รูปมาแค่คนเดียวที่ออกมายืนด่านอกรถ *กคนปิดกระจกหนี ไม่รู้ครูกทม.ที่ไหนแหละ แต่น่าจะอยู่ระแวกอ่อนนุช พระโขนง ทองหล่อ เอกมัย ถึงได้มาลงคะแนนที่โรงเรียนปทุมคงคา / หากหลังจากนี้ใครเจอข้อความหรือรูปที่สองคนนั้นถ่ายรถเราไป ไม่รู้ว่าจะติดเราด้วยป่าวก็แจ้งกันด้วยนะคะ เราจะได้แจ้งความดำเนินคดีต่อไป

โดย : ไม่อยากให้ครู กทม. ถูกมองแยกลงไปกว่านี้   05 ก.ย. 2556   211.130.194.20

ดิฉันเป็นข้าราชการครูบรรจุ ปี2541 ตั้งใจและรักอาชีพนี้ยังไม่เคยคิดย้ายไปที่ใดเพราะอยู่ที่นี่ทำงานด้วยความสบายใจและเต็มที่กับเด็กๆ แต่พอมี ผอ.คนนี้เข้ามามีแต่เรื่องปลายปี 2552 ครูผู้ชายที่ทุ่มเททั้งเวลาและแรงกายความรู้ต่างๆที่เคยคิดว่าจะอยู่กับโรงเรียนนี้จนเกษียณ ก็ยังย้ายหนี ทุกคนมีภาระงานมากอยู่แล้วพอพี่ผู้ชายย้ายได้งานก็มาตกกับดิฉันเป็น2เท่า แรกๆก็พอไหวพยายามเต็มที่ไม่คิดมาก ปี2553 พาเด็กแข่งชนะเป็นตัวแทนเขตไปถึงเชียงราย ความสามารถของเด็กทำให้เราภูมิใจแต่ไม่คิดว่านั่นเป็นจุดเริ่มของความอิจฉาของครูผู้ร่วมงาน เพราะจากที่ดูและอยู่กันมา 10 กว่าปีเขาไม่คิดจะพัฒนาในเรื่องของตัวเด็กทำแต่ผลงานตัวเองจนเป็นครูดีเด่นแต่เด็กอ่านหนังสือไม่ออก ส่งขึ้นมาดิฉันต้องเริ่มต้นให้ใหม่จนเขาหมั่นไส้พอดีเขาเป็นครูถิ่นและมีญาตเป็นองค์การส่วนท้องถิ่นหลายคนจน ผอ.คนนี้เกรงใจจนลืมถึงความถูกต้อง*ดี ดิฉันไม่ได้คิดอยากได้ขั้นจนต้องทำอุบายต่างๆนาๆเหมือนคน คนนี้แต่ขอเพียงอย่าโยนงานของตัวเองมาให้*กเลยแค่นี้ก็จะกระอักเป็นเลือดอยู่แล้ว มาปี 2554 ภาระงานมากขึ้นทั้งอบรมในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง งานของคนอื่นที่โยนมาให้ตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้วเพราะเขาคนนี้ทำอะไรถูกไปหมดน้องที่เป็นครูผู้ช่วยยังไม่ได้บรรจุก็ถูกแกล้งจนฟ้องร้องแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ก็มีคนช่วยให้ได้ย้ายไปจากความ*ร้ายของคนพวกนี้ตอนนี้เหลือดิฉันคนเดียวเครียดมากไม่คิดว่าจะได้เจอก็เจอช่วยเขี่ยผงในตาน้องเขาออกได้ มาเจอกับตนเองแทบฆ่าตัวตาย ถึง4 ครั้งไม่่เคยได้พักหรือปิดเทอมกับเขาเลยรับงานเละอยู่คนเดียว2556นี้หนักสุดๆ เคยอยากลดความอ้วนแต่ไม่ได้ผลมาเจองานที่สุมๆเข้าน้ำหนักหายไป 11 โลก็ยังมองโลกในแง่ดีที่เขามีพระคุณลดความอ้วนได้สำเร็จ แต่ไม่แล้วค่ะเอาชีวิตของตัวเองไปให้เขาเชิดจนสนุกสนานอบรมตลอดปิดเทอมงานก็สุมจนท่วมหัว แต่พวกเขากับบ้านมีความสุขกับครอบครัว คนที่ใหญ่กว่า ผอ.ไม่ต้องทำอะไรเที่ยวต่างประเทศ*กต่างหากโดยไม่ต้องขออนุญาต มีแต่เรา งานแล้วก็อบรมอยู่คนเดียว แถมถูกแกล้งต่างๆนาๆ ขออนุญาตติดต่อธนาคารเรื่องที่เราค้ำให้น้องพนักงานราชการแล้วไม่ส่ง ก็ขีดเส้นแดง ลืมึ้ไปเซนต์ชื่อก็ขีดเส้นแดง โทรไปลาก็ไม่รับสาย ฝากบอกครูพวกนั้นก็ถูกแทงข้างหลัง หายไปไม่ทราบสาเหตุ ถามว่าฝากพวกพี่บอกให้หน่อยเพราะติดต่อไม่ได้ เขาตอบว่า ผอ.บอกว่าห้ามฝากลากัน โหมีแบบนี้ด้วยใครฟังก็ฟังไม่ขึ้น ให้สามีช่วยต่อโทรขอลาไปเซนต์เอกสารที่ กรุงเทพฯ ก็ลงในสมุดลงเวลาว่าสามีโทรมาลา  ตอนนี้ดิฉันรับไม่ได้แล้ว ถ้ายังอยู่ต่อคงตายแน่ แค่นี้ก็หาว่า วิกลจริต หนักนะคะคำนี้ถ้าเอาเรื่องถือว่าหมิ่นประมาทว่าร้ายทำให้เสียหาย แล้วสมุดเล่มที่ขีดแดงเต็มไปหมดก็หาย มาโทษว่าดิฉันเอาไปทำลายนั่นน่ะหลักฐานสำคัญเลยละถ้ามีคนมาตรวจสอบแต่ดิฉันไม่อยากผูกพยาบาทต่อกันก็จะขอย้าย ถ้าย้ายไม่ได้ก็จะลาออกอยู่กับครอบครัวที่นานๆเราจะเจอกัน อย่าเอาชีวิตไปทิ้งให้กับคนที่ไม่รู้จักกรรมดี หรือกรรม*ปล่อยให้เวรกรรมตามพวกเขาเอง  ดิฉันเคยคิดสู้เพื่อความถูกต้องแต่ไม้ซีกจะไปงัดไม้ซุงได้หรือ  เด็กๆทุกคนรู้ว่าครูของตนจะลาออกเขาถึงกับอึ้งแต่เราก็บอกเขาไปว่าคนทำความดี ตั้งใจเรียน ถึงครูคนอื่นสอนก็ยังเป็นคนดีของครูเหมือนเดิม ดิฉันเบาเเครียดบ้างแล้วได้กำลังใจจากครอบครัว  ลูกศิษย์ ถ้าคิดสั้นหลวงพ่อที่ดิฉันไปอบรมมา 7 วันบอกว่าตกนรกขุมที่ลึกที่สุด ดิฉันยังโชคดีที่มีผู้ชี้ทางสว่างให้ ถ้าสวรรค์เมตตา1-15 สิงหาคม 2556เป็นการยื่นขอย้ายถ้าได้ไปที่ใหม่ เจอผอ.ที่มีคุณธรรมดิฉันยอมทำงานถวายหัวเลยจนสามียังเคยพูดเหนื่อยแค่นี่ยังไม่พอ*กหรือรับฝึกกลองยาวให้กับที่ต่างๆ ดิฉันก็บอกว่าก็เหนื่อยแต่ก็มีความสุขใจที่มีคนเห็นคุณค่าของเราและความเป็นครู ถึงจะไม่ใช่ลูกศิษย์ที่เราสอนแต่เขามาเพื่อขอความรู้แสดงว่าเราก็เป็นครูที่ดีคนหนึ่งถึงในที่ๆเราเคยอยู่จะไม่เห็นคุณค่าของเรา แต่ที่อื่นเขานับถือเราแค่นี้ก็ภูมิใจแล้วอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับคนพวกนั้นเลยปล่อยกรรมเวรไปหาเขาเอง สาธุ
โดย : ครูน้อยในวาสนา   26 ก.ค. 2556   115.67.226.201

ถ้าจะร้องเรียนข้าราชการครูผู้ช่วยท่านหนึ่ง มีความประพฤติเชิงล่อลวงให้มีความเข้าใจผิด เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองของ*กฝ่าอย่างตั้งใจ และดูเสมือนว่าเป็นความประสงค์ของผู้ถูกล่อลวงว่ามีความต้องการให้ ยินดีให้ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้น จะต้องส่งเรื่องไปทางไหนได้บ้างครับ ผมมีเอกสารหลายอย่างพร้อมทั้งพยาน/ผู้เสียหาย จะสามารถยื่นเรื่องได้อย่างไรบ้างคับ
โดย : 0800433431   18 มี.ค. 2556   171.99.3.8

ถ้าครูไม่จ่ายเงินที่ยืมไป จะทำยังไงดีคะ

ถ้าครูมีหนี้สินมากกว่า2 แสน ผิดโทษไหมคะ

โดย : koko   10 ก.พ. 2556   58.9.196.183

ครูผ้ช่วยสอน ทำโทษเด็กรุนแรงเกินกว่าเหตุ ด้วยการตีที่ก้นด้วยไม้หวาย 10 ทีจนได้รับบาดเจ็บฟกช้ำนั่งและนอนไม่ได้หลายวันตามใบชันสูตรบาดแผลของแพทย์ มีบาดแผลที่ก้นทั้งสองข้างขนาด 15 คูณ14 เข้าหลักเกณท์การสอบสวนข้อ 15 ผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ ตอนนี้แจ้งความดำเนินคดีอยู่ เพราะทางโรงเรียนนิ่งเฉย กำลังคิดจะลงข่าวทีวีอยู่

โดย : สุรกืจ   27 พ.ย. 2555   1.0.150.217

กระผมอยากให้ตรวจสอบความประพฤติของอาจารย์ฝ่ายปกครองของรร.ราชโอรส ชอบใช้อำนาจหน้าที่ในที่ไม่ควร

โดย : ไพรัช เจริญวงศ์   24 พ.ย. 2555   171.100.136.60

                   ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ข้าพระพุทธเจ้า ชนิดาภา รู้ตระ * * * ล ขอเพิ่งพระบารมีของพระองค์ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานอนุญาติใช้คำสามัญชนธรรมดา ข้าพระพุทธเจ้ามีเรื่องกับข้าราชการที่ชื่อนายไพฑูรณ์ เจริญสุข ใช้เบอร์ 0854454859 มาเป็นเวลา11 เดือนตามที่ได้โพสส่งข้อความไปก็ไม่มีการตอบกลับ ข้าพระพุทธเจ้าเลยส่งข้อความไปที่เบอร์ภรรยาน้อยของเขาตามพฤตินัยไม่มีทะเบียนสมรสภรรยาหลวงมีลูกด้วยกัยสองคนอยู่ปทุมที่ใช้เบอร์ 0819883231 ผู้หญิงทำงานอยู่ที่โรงเรียนมหิดลนุสรณ์ผู้ชายได้เอาเงินค่าน้ำ*ไปรับส่งข้าราชการผู้หญิงเงินค่าหมอไปให้กับข้าราชการผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ช่วยอะไรนายไพฑูรณ์เลยค่ะให้ลองพิสูจน์ดูว่าจริงหรือไม่ผู้ชายทำงานอยู่กรมศิลปากร ช่างสิบหมู่ กระทรวงวัฒนธรรมเขาทั้งสองคนพักอยู่หมู่บ้านกิติชัย5 ข้าพระพุทธเจ้าเคยทำธุรกิจกับนายคนนี้แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วข้าพระพุทธเจ้าอยากบอกนายคนนี้ว่าข้าพระพุทธเจ้าไม่ได้เอาเงินเรื่องที่ดินไป ส่งข้อความไปที่เขาก็ปิดเครื่อง ร้องทุกที่ก็ปิดไม่มีการตอบกลับ จนต้องส่งไปที่เบอร์ 0819883231 ก็เอา*เข้ามาบอกว่าทำให้เขาเสียชื่อเสียง หาว่าถ้าพิสูจน์ความจริงแล้วไม่จริงดังที่ข้าพระพุทธเจ้ากล่าวหาแจ้งความเท็จ ข้าพระพุทธเจ้าอยากให้ตรวจสอบหาความจริงและข้าพระพุทธเจ้าอยากได้ของกับเงินของข้าพระพุทธเจ้าคืน ที่ยามไม่อยากโทรศัพย์ไปที่นายคนนี้เดี๋ยวภรรยาเขาจะเข้าใจผิดและไม่อยากเป็นมือที่สามของใครอยากให้จบเรื่องธุรกิจก็ไม่มีแล้วอยากเอาส่วนที่เอาไปคืนไม่ต้องการความรับผิดชอบใดๆจากนายคนนี้ ให้ฝากยามอาภากร อยากให้องค์กรมองดูว่าถ้าเป็นภรรยาน้อย ที่ใบอร์ 0819883231เป็นคนบ่งการไม่ให้เอามาคืนก็ให้แจ้งข้อหาตั้งใจทำให้องค์กรเสียชื่อเสีย เพราะผลกระทบต่อเนื่อง ไม่ต้องการให้เข้ามาวุ่นวายอะรกับดิฉัน * * * ก ดิฉันทำทุกอย่างก็หมดหนทางที่จะทวงคืนทวงจนดิฉันอาย อยากให้เอาข้าราชการผู้หญิงจับเข้าเครื่องจับเท็จดูว่าเป็นตัวบ่งการเรื่องทั้งหมดหรือเปล่า ถ้าเป็นคนบ่งการเรื่องทั้งหมดให้องค์กรเรียกค่าเสียหายที่ทำให้องค์กรเสียชื่อเสียงโดยเจตนาข้าพระพุทธเจ้าเดือดร้อนต้องใช้เครียธุระ กราบขอเพิ่งบารมีของพระองค์ช่วยข้าพระพุทธเจ้าไม่มีหน้าที่การงานให้ใครต้องเคารพความเป็นตนเลยกระทำกับข้าพระพุทธเจ้าเหมือนไม่ใช่ตนข้าพระพุทธเจ้าเกิด วันที่23 24 ก็ได้กฃางคืนวัน เสาร์ ก็ได้อาทิตย์ก็ได้ ตี 2.40เกือบตีสาม ปีจอ เดือนตุลาคม อายุ 30 สามารถแจ้งรัดรอนสิทธิ์ส่วนบุคคลได้ไหมค่ะ ข้าพระพุทธเจ้าเป็น ลูกหลานของ ทิพย์ ธัมศิริ รู้ตระ * * * ล อยู่เจริญ เดชอุดม ร้อยอำแพง ราษฎร์นิยม สุขประเสริฐ ปอประตูน้ำ สุธิเกียธิไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาวุ่นวายกับข้าพระพุทธเจ้า * * * กค่ะ ฝากที่ยามที่อาภากร เดี๋ยวเขาจะมาทำร้ายดิฉันที่ดิฉันประนามเขาค่ะถ้าดิฉันเป็นอะไรไปก็มีนายคนนี้คนเดียวค่ะที่ดิฉันมีเรื่องเป็นศัตรูในตอนนี้ค่ะควร ไม่อยากที่จะต้องประนามใครถ้าไม่จำเป็นคืนของก็จบไม่อยากให้เรื่องแบบนี้ขึ้นมาที่สูงแต่กลับทำเฉยไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานเลยข้าพระพุทธเจ้าคิดว่าไม่สมควรที่จะเป็นข้าราชการภายใต้การปกครองของอำนาจรัฐค่ะ วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พศ 2555

 

เขียนโดย   คุณ ชนิดาภา

 

โดย : ชนิดาภา   23 พ.ย. 2555   223.206.190.102

ดิฉันอยากให้ตรวจสอบเอาผิดราชการครู 08198832321 ทำงานอยู่โรงเรียนมหิดลนุสรณ์ ความผิดที่ทำให้องค์กรเสียชื่อเสียงต้องสอบถามกรมศิลปากร เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดและเอาความผิดให้ออกจากราชการ พักอยู่หมู่บ้านกิติชัย5 ชอบนั่งรถ ชฮ9550 กทม ตรวจสอบตามโพสที่ดิฉันโพสเป็นเวลา11เดือน
โดย : ชนิดาภา   18 พ.ย. 2555   223.207.42.42

ดิฉันอยากให้ตรวจสอบราชการที่เป็นภรรยาน้อยของนายไพฑูรณ์ เจริญสุข ทำงานอยู่ที่โรงเรียนมหิดลนุสรณ์ ใช้เบอร์ 0819883231 พักอยู่หมู่บ้านกิติชัย5 ต้องสอบหาความจริงจากกรมศิลปากร ค่ะให้เอาออกจากราชการประนาม
โดย : ชนิดาภา   17 พ.ย. 2555   223.207.42.42

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และแน่ใจว่าข้อมูลนี้ไม่ใช่ ข้อความต่อว่าให้ร้ายผู้อื่น มิฉะนั้นข้อมูลนี้จะโดนลบทิ้งทันที
มิฉะนั้นข้อมูลนี้จะโดนลบทิ้งทันที
มิฉะนั้นข้อมูลนี้จะโดนลบทิ้งทันที

แล้วถ้า ผู้บังคับบัญชา*ทำ*เอง แล้วกดดันให้ลูกน้องทำ* ด้วย โดยอ้างมีอำนาจสอบวินัยลูกน้อง *ชี่วอย่างนี้จะให้ไปร้องเรียนใคร  ผู้บัง

คับบัญชาพวกพ้อง*เยอะ *ก็เอาพวก*เองหรือไม่ก็ขู่เอาเงิน ทั้งนั้น 
โดย : ปปป   30 ก.ย. 2555   27.55.7.15


ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้ถ้อยคำสุภาพห้ามกล่าวอ้างอิงถึงชื่อบุคคลอื่นและห้ามลงข้อความโฆษณา มิฉะนั้นท่านจะโดนบล็อกไม่ให้ใช้งานอีก)
ข้อความ :
โดย :
E-mail :
คำเตือน : กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และแน่ใจว่าข้อมูลนี้ไม่ใช่ ข้อความต่อว่าให้ร้ายผู้อื่น มิฉะนั้นข้อมูลนี้จะโดนลบทิ้งทันที
 
©  Copyright 2006 Perdsorb.com All rights reserved. by Artitep Singhapoo
singhapoo@hotmail.com  โทร. 086-8664526